แฟร้งค์ แลมพาร์ด โดนเด้งไม่แปลก เชลซี ดินแดนกินผู้จัดการทีม

แฟร้งค์ แลมพาร์ด

แฟร้งค์ แลมพาร์ด โดนปลดจากเก้าอี้กุนซือสโมสร เชลซี เรียบร้อย หลังทำผลงานในการคุมทีมที่ใช้เงินซื้อนักเตะไปกว่า 200 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ได้แค่มีฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ ก่อนที่วงในจะพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้แน่ๆ

เชลซี ใช้ผู้จัดการทีมเปลืองสุด แต่ก็แชมป์มากที่สุด

เวลา 18 เดือนกับการทำงานผู้จัดการทีมที่ทุกคนฝันอย่างเป็นแบบแฟร้งค์ แลมพาร์ด

นั่นคือการได้กลับมาคุมสโมสรที่ตัวเองประสบความสำเร็จ ในระหว่างยังเป็นนักเตะอยู่ เหมือนทำตำนานตอนเป็นนักเตะ เชลซี ได้มาเป็นผู้จัดการทีม เหมือนแลมพาร์ดได้รับ

หลังจากที่ไปทำผลงานคุมดาร์บี้ เค้าท์ตี้ ได้แบบดูดีมีอนาคตจะเป็นกุนซือระดับแนวหน้าได้ เชลซี เองก็เสี่ยงวัดใจเลือกแฟร้งค์ แลมพาร์ดกลับมากุมบังเหียนขี้หลังสิงโตน้ำเงินคราม

ปรากฎว่าการทำงานของแลมพาร์ด ภายใต้เงื่อนไขไม่สามารถเสริมทัพได้เนื่องจากติดโทษแบนห้ามซื้อนักเตะ ดันออกมาแบบที่น่าปรบมือให้ แลมพาร์ดและแข้งหนุ่มๆ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 และผ่านเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพอีก ทำให้สโมสรเชื่อมืออย่างมาก และประเคนเงินเพื่อการเสริมทัพแบบอัดไปไม่อั้น

การมาถึงของแข้งใหม่ร่วมมูลค่าที่ เชลซี ต้องจ่ายถึงเกือบ 200 ล้านปอนด์ แลกกับการอยู่ในอันดับที่ 9 ของตารางคะแนนหลังผ่านครึ่งทาง ไม่ใช่เรื่องที่สโมสรซึ่งเจ้าของทีมต้องการความสำเร็จแบบจับต้องได้จะทนรับไหว ดังนั้นเมื่อมีขวานในมือ โรมัน อับบราโมวิชก็เหวี่ยงฉับ ตัดขาดได้ทันที

ตลอด 18 ปีภายใต้การเป็นเจ้าของทีมมิลเลี่ยนแนร์ชาวรัสเซีย เชลซี ใช้ผู้จัดการทีมไปแล้ว 12 รายด้วยกัน และมันน่าแปลกใจอยู่ว่า พวกเขาชนะโทรฟี่สำคัญมากที่สุดในบรรดาทีมพรีเมียร์ลีกด้วยกัน นั่นเป็นเพราะความสำเร็จที่ผ่านการรอคอยไม่ใช่แบบที่อับบราโมวิชต้องการ เราจึงได้เห็นกุส ฮิดดิ้ง และ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือระดับหัวแถวยุโรป ผ่านเข้ามาแล้วก็จากไป

การที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ถูกปลดเพราะทำทีมไม่มีทรงและดูไม่มีอนาคต

แฟร้งค์ แลมพาร์ด
during the FA Cup Third Round match between Derby County and Southampton at Pride Park on January 5, 2019 in Derby, United Kingdom.

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ก็ขนาดว่าทั้งกุนซือ เชลซี ที่ทีมได้แชมป์ คาร์โล อันเช็อตติ ผู้ที่ปัจจุบันคุมเอฟเวอร์ตัน, เมาริซิโอ ซาร์รี่, โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ, อันโตนิโอ คอนเต้ ทุกคนคุมเชลซีไม่มีมือเปล่า

แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ในฐานะกุนซือที่ขึ้นมาคุมทีมพร้อมๆ กัน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แห่งแมนฯ​ ยูไนเต็ด และมิเกล อาร์เตต้าแห่งอาร์เซน่อล เมื่อเทียบกับแลมพาร์ดก็ไม่ต่างกัน มีช่วงที่ทีม เชลซี ผลงานแกว่งหนักๆ มีช่วงที่ผลงานปังสุดๆ ทั้งหมดยังอยู่บนเส้นทางพิสูจน์คุณภาพในการสร้างความสำเร็จ แต่แมนฯ ยูไนเต็ดอดทนรอได้ และอาร์เซน่อลก็อดทนรอได้ หากแต่ที่ เชลซี มันไม่มีคำว่าระยะยาวสำหรับกุนซือที่จะเข้ามาคุมทีม

แฟร้งค์ แลมพาร์ด

หนึ่งสิ่งที่จะต้องเก็บไปเป็นประสบการณ์สำหรับแฟร้ง แลมพาร์ด หลังออกจาก เชลซี และมีเวลาให้กับตัวเอง นั่นคือการก้าวขึ้นมาอย่างก้าวร้าวเกินไป มีหลายจังหวะที่้แลมพาร์ดใช้อารมณ์ฝ่ายตัวเป็นหลัก เขาเลือกดร็อปเกป้า อาร์ริซาบาลาก้าในวันที่สโมสรสะกิดเตือนว่า ต้องหาวิธีกู้ความมั่นใจ ไม่ใช่ตัดทิ้ง เขาต้องสู้ไปกับลูกทีมในวันที่ล้มลง ไม่ใช่การออกมากล่าวโทษแบบเปิดเผยในที่สาธารณะ รวมไปถึงการฟังเสียงรอบข้างให้มากขึ้น

การโดนปลดจากเก้าอี้ผู้จัดการทีม เชลซี ไม่ได้แปลว่าแฟร้งค์ แลมพาร์ดจะไร้ฝีมือ แต่เขายังต้องการเวลาในการบ่มเพาะฝีมือและจิตวิทยาในการเป็นผู้จัดการทีมที่ดีและเก่งให้มากกว่านี้.

ติดตามข่าวสารวงการบอลได้เลยที่นี่